ผลการแข่งขัน Scottish Open 2017       ||       ผลการแข่งขัน UK Championship 2017

งี้ ดำรงรักษ์

28 ต.ค. 59

ดำรงรักษ์ มาจากชื่อถนนสายสำคัญสายหนึ่ง อยู่ในกลางย่านการค้าของกรุงเทพฯ ในสมัยหนึ่ง เป็นถนนสายยาวเริ่มต้นข้างกรมประชาสงเคราะห์เดิม ใกล้สะพานขาว ตรงข้ามคลองมหานาค ยาวไปทะลุผ่านถนนจักรพรรดิพงษ์ นางเลิ้ง

ถนนด้านหน้าเป็นถนนกรุงเกษม ที่ยาวเรียบคลองผดุงกรุงเกษม ตั้งแต่แถวเทเวศร์ไปจนหัวลำโพง ตัดผ่านถนน และย่านการค้าสำคัญๆ หลายแห่ง นางเลิ้ง สะพานขาว คลองมหานาค ยศเส

ถนนเส้นนี้จึงคึกคักไปด้วยผู้คนที่ทำการค้าและที่อยู่อาศัย มุมถนนดำรงรักษ์นี้ ปัจจุบันเป็นที่ตั้งอาคารโบ๊เบ๊ทาวเวอร์ และโรงแรมปริ๊นซ์พาเลซ บริเวณใกล้เคียงจึงเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยและทำการค้า และเนืองแน่นไปด้วยอาคารบ้านช่อง ร้านค้า ธนาคาร ต่างๆ มานานแล้วมาแต่เดิม

เป็นไปตามบรรยากาศของกรุงเทพฯ ในยุคก่อน ๒๕๑๐ ที่ไหนมีชุมชนที่นั่นต้องมีสมาคมสนุกเกอร์ ย่านดำรงรักษ์ก็เช่นกัน ยุคใกล้ปี ๒๕๑๐ ที่นี่มีนักสนุกเกอร์ฝีมือดีสองพี่น้อง เป็นลูกพ่อค้าชาวจีนที่ทำการค้าขายแถวนั้น เป็นปกติธรรมดาของเด็กในสมัยนั้น ไม่มีอะไรให้เที่ยวเตร่ และเล่นมากมายนัก

เวลาว่าง ก็เข้าโต๊ะสนุกเกอร์แถวใกล้บ้าน จะเล่นให้ดีให้เก่งขนาดไหน ขึ้นอยู่กับพรสวรรค์และเวลาที่ทุ่มเท คลุกคลีอยู่กับโต๊ะปูสักหลาดสีเขียว ดังนั้น คนรุ่นโน้นจึงเล่นบิลเลียดเป็นกันทุกคน

นักสนุกเกอร์ฝีมือดีระดับเซียน คือ “เซียนงี้” ที่ว่างจากช่วยทางบ้านค้าขาย ก็จะปลีกเวลาเข้าโต๊ะสนุกเกอร์ เล่นจนเก่ง จนไม่มีใครสู้ได้ ยกให้เป็นมือหนึ่งประจำดำรงรักษ์

เซียนงี้ มีน้องชายหนึ่งคน มีฝีมือสนุกเกอร์ใกล้เคียงกัน แต่น้องชายไม่ถนัดจะลงเล่นเอง ชอบที่จะถือหาง หรือเล่นพนันนอก เวลาพี่ชายตนเองจับคิวสู้กันใคร หรือบางทีก็พนันนอกคู่อื่น

คนพี่ “เซียนงี้” จึงมีฝีมือในการเล่นสนุกเกอร์ได้ดีกว่า จนได้รับการยกย่องเป็นนักสนุกเกอร์มือหนึ่งในย่านดำรงรักษ์ เดินสายไปเล่นนอกถิ่นใกล้ๆ แถบนั้น อาทิ นางเลิ้ง ตลาดน้อย เยาวราช เจริญผล ยศเส ฯลฯ เหล่านี้ เซียนงี้ ได้เคยปะทะกับเซียนสนุกเกอร์มือหนึ่งมาแล้วทุกคน

คนที่รู้ว่าเขามาจากที่ไหนก็จะเรียกว่า “เซียนงี้ ดำรงรักษ์”

ส่วนคนน้องฝีมือสนุกเกอร์ก็ใช้ได้เลย “เซียนงัก” แต่พอออกนอกถิ่นมักไม่ค่อยยอมปะฝีมือกับใครง่ายๆ ชอบถือหางเล่นพนันนอกเสียมากกว่า แต่ในวงการสนุกเกอร์ก็ยังยกย่องให้เป็นเซียน

ดำรงรักษ์ จึงมีทั้งเซียนงี้ และเซียนงัก ที่เป็นพี่น้องกัน แต่ไม่ได้เป็นญาติเกี่ยวพันใดกับเซียนเง็ก อ่างทอง ที่โด่งดังมาในช่วงเวลาเดียวกัน อย่างไรก็ตาม เซียนงักเคยปะทะฝีมือกับเซียนเง็กมาแล้ว

ตอนเซียนเง็กมาจากอ่างทองใหม่ๆ เป็นมือดีซุ่มอยู่แถวโต๊ะตลาดท่าน้ำ และต่อมาจึงเปิดตัวเข้ามาในวงการสนุกเกอร์กรุงเทพฯ เต็มตัว ไปอยู่ประจำแถวราชตฤณมัยสมาคม

ก็มีพรรคพวกพาไปเดินสายเล่นทั่วกรุงเทพฯ ที่โต๊ะดำรงรักษ์นี้ เซียนเง็กถูกประกบคู่เล่นกับเซียนงี้ แฟนสนุกเกอร์แถวนั้นพอรู้ข่าวก็ไม่เป็นอันไปค้าขาย เข้าไปมุงดูกันแน่นขนัดรอบโต๊ะ

ไปเชียร์เซียนงี้บ้าง ไปลงเงินกองกลางพนันข้างเซียนงี้บ้าง ไปเล่นพนันนอกระหว่างเกมบ้าง

ครั้งแรก เล่นกันครึ่งวันเศษ ก็ไม่มีแววใครจะเอาชนะได้เด็ดขาด ต้องนัดหมายกันเล่นใหม่อีกสามสี่ครั้ง เล่นจนกลายเป็นเพื่อนกัน ไปไหนมาไหนในบางครั้ง แม้ตอนสมาคมมิตรสัมพันธ์ ข้างโรงแรมอินทรา วงการสนุกเกอร์กำลังคึกคัก เซียนสนุกเกอร์ทั่วทุกหัวระแหงไปชุมนุมที่นั่น

มีการเล่นได้เสียกันทุกวัน วันหนึ่งหลายคู่

แฟนสนุกเกอร์แวะเวียนเข้าไปก็มิใช่หมายถึงว่าตั้งใจจะเข้าไปเล่นสนุกเกอร์ หลายคนเวลาเลิกงานแล้วก็แวะขึ้นไป เพื่อหาจับพนันนอกเป็นการหาค่ารถ ค่ากับข้าว ก่อนกลับบ้าน

หากเข้าตาเข้าทางเล่นถูก พอได้เงินก้อนหนึ่งที่พอใจก็กลับบ้าน คนไหนที่เริ่มต้นเข้าผิด ก็ต้องอยู่ยาวเพื่อตามเอาคืน ผู้คนที่นี่จึงคึกคัก และเปลี่ยนเวียนหน้ากันไป

ช่วงนี้ “เซียนงี้ ดำรงรักษ์” ก็อยู่ที่นี่ มีผู้คนรู้จักบ้างไม่มาก เพราะส่วนใหญ่นักสนุกเกอร์ย่านนี้ไม่ค่อยเคยเห็นหน้าเซียนงี้มาก่อน พอจับคิวเล่นเดิมพันกับคนอื่นถึงเริ่มมีคนรู้จักมากขึ้น

ส่วน “เซียนงัก” แทบทุกคนบนโต๊ะสนุกเกอร์รู้จักกันดี เพราะเป็นคนชอบเล่นพนันนอก ตะโกนให้ราคาต่อรองตลอดทั้งเกม ไม่ว่าใครจะเล่นกันใคร สองพี่น้องนี้จึงมีลีลาที่ต่างกันมาก คนหนึ่งเงียบ เก็บตัว พูดน้อย ส่วนอีกคนห้าว ตึงตัง เสียงดังฟังชัด และเป็นขาใหญ่ในการเล่นเดิมพันนอก

นักสนุกเกอร์เก่งๆ ในยุคนั้น ต้องฝึกเล่นมาตั้งแต่เด็ก พอโตขึ้นรูปร่างจึงค่อนข้างสูง

อาจด้วยยืดตัวสาวคิวเป็นประจำ เซียนงี้ ก็มีรูปร่างสูงพอสมควรร่วม ๑๘๐ เซนติเมตร จึงเป็นสูตรของเซียนสนุกเกอร์สมัยนั้นที่จะต้องมีรูปร่างผอมสูง อย่างเช่น เซียนตึ๊ก เซียนโก๊ะ เซียนชัย เซียนเชียร เซียนเสริฐ

เวลาไปหาเล่นต่างถิ่น “เซียนงี้” พอจับคิวจะอำพรางตัวเป็นมือสนุกเกอร์ธรรมดา เพื่อหาคู่เล่นที่มีฝีมือพื้นๆ ไม่ได้ง่ายนัก ขึ้นไปโต๊ะแห่งใด ส่วนใหญ่ก็ต้องจับคู่เล่นกับนักสนุกเกอร์มือชั้นยอดของที่นั่น

หากเป็นนักสนุกเกอร์มือดีประจำโต๊ะ ที่ไม่ได้มีประสบการณ์ในการเดินสาย หรือออกไปเล่นนอกถิ่นมากนัก ระดับมือดีเหล่านี้มักจะสู้เซียนงี้ ไม่ได้

 

หรือเล่นกันแค่ครั้งเดียว หรือบางทีเล่นแค่เกมสองเกมก็สงสัยในตัวตนที่แท้จริง ก็อาจจะมีคนที่มาดูรอบโต๊ะนั้นรู้จัก กระซิบกระซาบบอกที่มาที่ไป คู่ต่อสู้พอรู้ชื่อก็เทียบชั้นกันได้ พอหมดเกมก็วางคิวยอมแพ้ไม่เล่นต่อ ก็มีบ่อย

แต่ระดับนี้ เซียนงี้ มีคู่เล่นมากมายเหมือนกัน ตอนนั้นเซียนสนุกเกอร์ที่หาคู่เล่นยากจะเป็นเซียนสนุกเกอร์ที่วงการสนุกเกอร์ยกย่องให้เป็นเซียนระดับมหากาฬ เช่น ตึ๊ก โคราช, เง็ก อ่างทอง, รินทร์ ระยอง, ตา ลพบุรี, ชัย ลำพูน, กิ๊ด นครสวรรค์, โก๊ะ อยุธยา

เซียนเหล่านี้ จับคิวท้าเล่นกับใครที่ไหนก็ไม่มีใครสู้ เว้นเสียแต่ไม่รู้จัก

สำหรับ “เซียนงี้” ยังพอวัดฝีมือกับเซียนมือดีๆ ได้อีกหลายคน ถึงจะรู้จักชื่อ แต่ก็กล้าที่จะวัดฝีมือด้วย ดังที่ว่า เซียนงี้จะตระเวนเล่นไปตามโต๊ะสนุกเกอร์ต่างๆ ในชุมชนบริเวณใกล้เคียงถนนดำรงรักษ์ อย่างเช่น โต๊ะสนุกเกอร์ย่านศาลเจ้าพ่อเสือ

มีนักสนุกเกอร์ที่มีเครดิตเคยเป็นแชมป์สนุกเกอร์แห่งประเทศไทยปีหนึ่ง “วัลลภ เจ้าพ่อเสือ”

เซียนงี้ ดำรงรักษ์ ก็เปิดหน้าเปิดตายกพวกไปเล่นกันถึงถิ่นมาแล้ว แต่ก็ต้องเล่นกันถึงสามสี่ครั้ง จนฝ่ายเจ้าถิ่นต้องยอมแพ้

ครั้งหนึ่ง เซียนงี้ ก็ได้เล่นกับ “เซียนฮุย ประตูน้ำ” โดยบังเอิญ

ที่โต๊ะสนุกเกอร์ย่านสี่แยกราชเทวี เรียกกันว่า “โต๊ะดาวรุ่ง” เป็นตึกสี่ชั้น ชั้นหนึ่งและสองเป็นโรงเรียนสอนตัดเย็บเสื้อผ้า “ดาวรุ่ง” ชั้นสามเป็นสมาคมสนุกเกอร์ ที่ “เซียนกิ๊ด นครสวรรค์” ประจำอยู่ นอกจากนั้นที่นี่ยังมีมือดีระดับดาวรุ่งที่ฝีมือระดับเซียนคนหนึ่งชื่อ “พล ดาวรุ่ง”

เก่งขนาด หากนักสนุกเกอร์ไม่ระดับเซียนแนวหน้าจริงๆ ขึ้นไป ต้องยับเยินกลับมา

วันนั้น ต่างฝ่ายต่างไม่รู้จักกัน และต่างก็เดินขึ้นไปที่โต๊ะสนุกเกอร์แห่งหนึ่ง ต่างก็เล่นกับคนอื่น เล่นไปเล่นมาจนคนอื่นวางคิวไปทีละคนสองคน

ก็มีคนประกบคู่ให้เล่นเดี่ยวๆ ด้วยกัน

เหมือน “ผีเห็นผี” ถึงจะไม่รู้จัก ไม่เคยเห็นกันมาก่อน แต่แค่ลีลาการเล่นก็พอมองกันออก พอปะกันได้เกมสองเกม กองเชียร์ที่ตามมาด้วยทั้งสองฝ่ายพอเห็นว่า เป็นของจริงมาเจอกัน

ตอนนี้ก็ไม่คิดจะปิดบังชื่อเสียงแล้ว ต่างเรียกชื่อออกไป พอทุกคนที่รายล้อมดูและเล่นพนันนอก ได้ยินชื่อก็เดาได้ถูกว่า คนหนึ่งคือ “เซียนฮุย ประตูน้ำ” อีกคนหนึ่ง “เซียนงี้ ดำรงรักษ์” ถึงตอนนี้ ต่างคนต่างปล่อยฝีมือที่มีจนหมดไส้หมดพุง

น่าเสียดาย เซียนงี้ ดำรงรักษ์ เป็นคนอายุสั้นกว่าทุกเซียนที่ปรากฏในลีลาพญาเซียน อายุประมาณสี่สิบต้นๆ เท่านั้น เขาก็จากวงการสนุกเกอร์ไปตลอดชีวิต

โดย วันชัย  เทียมทัด

“อ๊อด  หัวหิน”