ผลการแข่งขัน World Championship 2018 รอบคัดเลือก   ||   ผลการแข่งขัน China Open 2018   ||   ผลการแข่งขัน ทรู อยุธยา คัพ 2018

จิมมี่ ไวท์ ตำนานของสิงห์มือซ้าย

26 ม.ค. 61

ว่ากันว่า ในกลุ่มแฟน ๆ หรือนักสนุกเกอร์ด้วยกัน เมื่อระดับสิบกว่าปีที่ผ่านมา ถ้าพูดถึงนักสนุกเกอร์ที่มีความแม่นยำในการแทงที่สุดในโลกแล้วละก็ ทุกคนให้ความเห็นเป็นเสียงเดียวกันคือ จิมมี่ ไวท์ อย่างแน่นอน ด้วยมือซ้ายระดับพระกาฬ ที่สามารถสร้างสรรค์ความแม่นในการสะกิดลูกให้พุ่งแรงและเร็ว ลงกลางหลุมแบบเป๊ะ ๆ อีกทั้งยังมีลูกไซด์โค้งที่โค้งแบบเห็น ๆ ในการเล่นแต่ละเกม ยังไม่รวมถึงความเร็วในการแทงระดับ 4G ที่หลังจากหมดยุคของ “เดอะ เฮอริเคน” อเล็ก ฮิกกินส์ ไปแล้ว ก็มีเขานี่แหละที่มีลีลาการเล่นใกล้เคียงกับฮิกกินส์ ซึ่งไม่เป็นที่แปลกใจเลยแม้แต่น้อยว่าทำไม จิมมี่ ถึงยังเป็นขวัญใจและไอดอลของแฟน ๆ สนุกเกอร์ ที่ชื่นชอบสไตล์การเล่นแบบเดินหน้าฆ่าลูกเดียวอย่างไม่เสื่อมคลาย แม้ว่าเค้าจะโลดแล่นในวงการสนุกเกอร์ระดับโลกมาแล้วเกือบ 4 ทศวรรษ

“The Whirlwind” เกิดเมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 1962 ที่เขตทูทิง มหานครลอนดอน ประเทศอังกฤษ ในช่วงที่ยังเล่นในระดับเยาวชนนั้น จิมมี่จัดได้ว่าเป็นผู้เล่นที่มีความโดดเด่นกว่าเด็ก ๆ ในรุ่นเดียวกัน โดยเมื่อมีอายุได้ 15 ปี ก็สามารถคว้าแชมป์แรกของตัวเองได้ในปี 1977 คือรายการ National Champion และต่อด้วยการเป็นแชมป์สมัครเล่นระดับประเทศของอังกฤษในอีกไม่กี่ปีต่อมา โดยที่ก่อนหน้านั้นก็สามารถเป็นแชมป์สมัครเล่นโลกได้อีกด้วย ภายหลังจากบ่มเพาะประสบการณ์ในระดับสมัครเล่นและคว้าแชมป์มาประดับบารมีได้หลายปี ก็ถึงเวลาที่จิมมี่จะก้าวขึ้นสู่การเล่นระดับอาชีพ

สุดยอดพรสวรรค์ระดับฟ้าประทานให้กับการเป็นนักสนุกเกอร์ และแขนซ้ายที่แทงลูกสนุกเกอร์ได้อย่างแม่นยำ หาตัวจับได้ยากสุด ๆ นั้น ทำให้เค้ากลายเป็นผู้เล่นที่มีแฟน ๆ ติดตามชมแทบจะในทันทีที่เปิดตัวขึ้นสู่ระดับอาชีพในปีแรก โดยจิมมี่จบที่มือวางอันดับที่ 21 ของโลกในฤดูกาลนั้น ทำสถิติเป็นผู้เล่นที่อายุน้อยที่สุดที่ได้เข้าไปเล่นรอบสุดท้ายในรายการชิงแชมป์โลกที่ครูซิเบิ้ล เธียเตอร์ ซึ่งการเล่นครั้งแรกในครูซิเบิ้ลของสิงห์อีซ้ายนั้นแม้สุดท้ายจะพ่ายแพ้ให้กับ “เทพบุตรคิวทอง” สตีฟ เดวิส ไป 8-10 เฟรม แต่ก็ได้รับคำชมเชยมากมายว่าสามารถสู้กับเดวิสได้อย่างสนุก ถึงแม้ว่าจะแพ้ให้กับมือดีของโลกที่กำลังจะก้าวขึ้นครองยุคของสนุกเกอร์ในเวลาต่อมา หลังจากนั้น จิมมี่ก็สามารถคว้าแชมป์ในรายการ สกอตติช มาสเตอร์ส ต่อด้วย รายการนอร์ทเทิร์น ไอร์แลนด์ คลาสสิก อีกทั้งยังผงาดเข้าถึงรอบรองชนะเลิศในรายการ UK Championship และ World Championship ได้ทั้งสองรายการ ซึ่งส่งผลให้เขากลายเป็นนักสนุกเกอร์ระดับหัวกะทิมือวางท็อป 16 คนของโลก โดยใช้เวลาไปแค่ 18 เดือนเท่านั้นเอง ซึ่งจริง ๆ แล้วในรอบรองชนะเลิศของรายการชิงแชมป์โลกในปีนั้น เค้าสมควรที่จะผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศเสียด้วยซ้ำ เมื่อเขาขึ้นนำ “เดอะ เฮอริเคน” คู่ซี้และเพื่อนเลิฟของเขาเองไป 15-14 เฟรม โดยขออีกเกมเดียวก็จะสามารถเอาชนะอเล็กได้ แถมยังแทงขึ้นหน้า 59 แต้ม แต่ก็มีไว้แค่โชว์ เพราะแต้มบนโต๊ะยังไม่ขาด เมื่อจิมมี่แทงแดงพลาด ฮิกกินส์สามารถลุกขึ้นมาปล้นเฟรม กลับมาเอาชนะจิมมี่ได้แบบสุดระทึก โดยเกมที่ว่าเป็นสุดยอดเกมการแข่งขันอีกเกมหนึ่งของรายการชิงแชมป์โลกปี 1982

ในอีก 18 เดือนต่อมา ความสำเร็จของสิงห์อีซ้ายในรายการใหญ่ก็ยังไม่บรรลุตามเป้า เมื่อตกรอบแรกในรายการชิงแชมป์โลกปี 1983 และแพ้รวดสามรายการที่ลงเล่นในปีนั้น ซึ่งก็เกิดเครื่องหมายคำถามต่อตัวจิมมี่จากสื่อมวลชนของอังกฤษว่า เมื่อไหร่ที่จะได้เห็นจิมมี่สู่ฟอร์มสุดยอดจริง ๆ เสียที โดยคำตอบก็ได้สะท้อนกลับมาอย่างกึกก้องเมื่อเข้าถึงรอบรองชนะเลิศรายการ UK Championship แต่ก็พ่ายให้กับสตีฟ เดวิส ไปอีกครา แต่ตอนนั้นจิมมี่ ฟอร์มการเล่นติดลมบนเสียแล้วเมื่อทะลุเข้าชิงฯ รายการ The Masters ได้แบบสุดยอด ด้วยการทุบเอาชนะเทอร์รี่ กริฟฟิธส์ ไปได้ในรอบชิงชนะเลิศแบบขาด ๆ 9-5 เฟรม และยังแรงต่อเนื่องเมื่อเข้าชิงชนะเลิศในรายการชิงแชมป์โลกปี 1984 เมื่อผ่านด่าน เร็กซ์ วิลเลียมส์, เอ็ดดี้ ชาร์ลตัน, “เดอะ กรินเดอร์” คลิฟ ธอร์นเบิร์น อดีตแชมป์โลกปี 1980, “Starship Trooper” เคิร์ก สตีเว่นส์ มืออันตรายจากแคนาดา ซึ่งเป็นการเข้าชิงรายการนี้เป็นครั้งแรกในชีวิตของจิมมี่ และต่อจากนี้จิมมี่เองก็คงคาดไม่ถึงอีกเหมือนกันว่า เค้าจะสามารถเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศในรายการที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลกได้อีกถึง 5 ครั้ง แต่ไม่สามารถคว้าถ้วยรางวัลมาเชยชมได้เลยแม้แต่ครั้งเดียว โดยในครั้งนี้จิมมี่โชคไม่ดีเมื่อมาจ๊ะเอ๋กับ สตีฟ เดวิส ถึงแม้ว่าในเกมนั้นสิงห์อีซ้ายของแฟน ๆ สนุกเกอร์ทั่วโลกจะมีลูกฮึดหลังจากตามหลังอยู่ 4-12 เฟรม ไล่มาเป็น 16-17 เฟรม แต่ก็ต้านความเก๋าของเดวิสที่กำลังรุ่งสุดขีด เข้าชิงรายการนี้มาแล้วสองครั้ง และโกยแชมป์ได้ทั้งหมด ปาดหน้าจิมมี่คว้าแชมป์โลกไปได้ในบั้นปลาย 18-16 เฟรม ซึ่งกลายมาเป็นปฐมบทของตำนานการเข้าชิงแชมป์โลก 6 ครั้งแต่แป้กทั้งหมด ถือว่าเป็นความผิดหวังที่เจ็บปวดจริง ๆ ในปีต่อมาฟอร์มการเล่นของเขาก็ยังดีต่อเนื่อง สามารถรักษาที่นั่งในท็อป 16 ของโลกไว้ได้ อีกทั้งยังก้าวขึ้นมานั่งแท่นมือ 2 ของโลก เป็นรองแค่คู่ปรับอย่างสตีฟ เดวิสเท่านั้น

เมื่อก้าวเข้าสู่ยุค 90 “เทพบุตร คิวทอง” สตีฟ เดวิส ฟอร์มเริ่มตก สื่อมวลชนและแฟน ๆ สนุกเกอร์ทุกสำนักคาดหวังเหลือเกินว่า จิมมี่จะสามารถบันทึกชื่อของตัวเองเข้าไปบรรจุอยู่ในรายชื่อแชมป์โลกได้อย่างน้อยหนึ่งสมัยแบบแน่ยิ่งกว่าแช่แป้ง เพราะดูแล้วไม่มีตัวสู้ แต่ทว่าคู่ปรับตลอดกาลของเขาก็พุ่งขึ้นมา เมื่อมีไอ้หนุ่มรูปหล่อจากแดนวิสกี้ สกอตแลนด์ ซึ่งในรอบชิงแชมป์โลกปี 1990 “มัจจุราชผมทอง” สตีเฟ่น เฮนดรี้ ทำการหักปากกาเซียนเมื่อเอาชนะจิมมี่ไปได้ 18-12 เฟรม สร้างสถิติเป็นนักสนุกเกอร์ที่อายุน้อยที่สุดในรายการนี้ ซึ่งเรคคอร์ดดังกล่าวยังอยู่ยั้งยืนยงจนถึงปัจจุบัน ทั้ง ๆ ที่ก่อนที่จะมาเข้าชิงฯ จิมมี่เล่นได้อย่างแข็งแกร่งมาทุกรอบ โดยคว่ำสตีฟ เดวิสได้ในรอบรองชนะเลิศ ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้านี้อ่อนระทวยเป็นงูเหลือมเจอเชือกกล้วยมาตลอดเมื่อลงปะทะกัน แต่เฮนดรี้ก็แสดงให้แฟน ๆ สนุกเกอร์เห็นแล้วว่า การเล่นสนุกเกอร์แบบรูปเกมแน่นเปรี๊ยะ โอกาสครั้งเดียวปิดไฟใส่สกอร์ได้เลยนั้น มันกลายเป็นต้นแบบให้นักสนุกเกอร์รุ่นหลังเอาแบบอย่างได้อย่างไรในเวลาต่อมา

ต่อจากนั้นแม้ว่าจิมมี่จะไม่เคยได้แชมป์รายการชิงแชมป์โลกเลย ถึงแม้จะเข้าชิงฯ ได้อีกหลายครั้ง แต่ก็ต้องพ่ายให้กับคู่ต่อสู้ โดยแบ่งออกเป็นแพ้ให้กับ “ไอ้นกแก้ว” จอห์น แพร์ร็อต 1 ครั้ง, และถูกสตีเฟ่น เฮนดรี้ ยัดเยียดความปราชัยไปได้อีก 3 ครา โดยในครั้งสุดท้ายที่เขาเข้าชิงฯ ในปี 1994 นั้น เป็นครั้งที่ใกล้เคียงที่สุดที่เขยิบเข้าไปใกล้กับคำว่าแชมป์โลกมากที่สุด โดยไอ้หนุ่มผมทองออกนำไปก่อน 5-1 เฟรม แต่จิมมี่แก้ลำได้ดีพลิกขึ้นนำ 13-12 เฟรม ก่อนที่จะมาเสมอกันต้องเล่นเฟรมตัดสิน ซึ่งจิมมี่ขึ้นหน้าไปก่อน 37-24 แต้ม แต่มาพลาดลูกดำตรง ๆ โดยผู้บรรยายเกมนั้นคืออดีตแชมป์โลกอย่าง เดนนิส เทย์เลอร์  ได้กล่าวขึ้นมาว่า “โอว์ เพื่อนเอ๋ย สถานการณ์เริ่มตึงเครียดแล้วละสิ” แล้วมันก็เกิดขึ้นจริงเพราะหลังจากนั้น เฮนดรี้ก็จัดไป 58 แต้ม เก็บเฟรมนั้นและแซงโค้งสุดท้ายเอาชนะไปได้ในที่สุด

ถึงจิมมี่จะไม่เคยเป็นแชมป์โลก แต่รางวัลที่ได้รับจากการเล่นสนุกเกอร์ระดับอาชีพ 10 รายการ รองแชมป์ 14 รายการ แทงแม็กซิมั่มเบรกได้ในครูซิเบิ้ล เธียเตอร์ในปี 1992 รวมถึงลีลาการเล่นที่เร้าใจตั้งแต่วัยหนุ่มจนถึงบัดนี้ ที่ยังโลดแล่นอยู่ในสังเวียนสักหลาดสีเขียวก็ยังดูแล้วสนุกเช่นเดิม ถึงแม้ว่าความแม่นทุกระยะจะลดหายไปบ้างตามวัยที่เปลี่ยนไป แต่ลูกโชว์ ลูกเอนเตอร์เทนผู้ชม สามารถติดตามได้ในทุกเกมที่เค้าลงเล่น อีกทั้งยังเป็นไอดอลของนักสนุกเกอร์ชั้นนำหลายคน ที่รับเอาเขามาเป็นแบบอย่างในการเล่น ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า จิมมี่ ไวท์ คือนักสนุกเกอร์ที่แม่นที่สุดเท่าที่เค้าเคยเห็นมา ต่อจากยุคของอเล็ก ฮิกกินส์ และการแทงแบบดุดัน ทันใจ ของเขานั้น ทำให้แฟน ๆ สนุกเกอร์กล่าวขวัญเป็นตำนานที่ยังคงยืนหยัดในวงการสนุกเกอร์โลกอยู่จนถึงบัดนี้ แม้อายุอานามจะเข้าสู่เลข 5 นำหน้าแล้วก็ตาม ทำให้สิงห์อีซ้ายยังคงเป็นไอดอลของแฟน ๆ ทุกยุคทุกสมัยอย่างไม่เสื่อมคลาย และไว้ลายทุกครั้งที่ลงเล่น

 

รีสตาร์ท

(ตีพิมพ์ในนิตยสารคิวทอง ฉบับที่ 422)